



เจ้าชู้แต่ยึดมั่นในรักเดียว
พูดถึงเอี้ยก้วยแล้วหลายๆคนจะเทิดทูนในความรักที่มีต่อเซียวเหล่งนึ่งอย่างมั่นคงไมแปรผัน แม้จะผ่านพ้นเวลาไปสิบหกปี แต่รักที่มีก็ยังมั่นคงไม่จืดจาง แต่ในนิสัยจริงๆของเอี้ยก้วยแล้วแฝงความเจ้าชู้กรุ่มกริ่มอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเนื่องจากเอี้ยก้วยเป็นชายหนุ่มที่มีคุณสมบัติครบทุกอย่างที่ทำให้สตรีหลงใหล มีหน้าตาอันหล่อเหล่าคารมคมคาย รู้จักพูดจาพาที ช่างเจรจา นิยมชมชอบในการประทะคารมกันสาวงาม ด้านวรยุทธเมื่อเทียบจากชาวยุทธอายุรุ่นเดียวกันก็หาเป็นสองรองใครไม่ มีคุณธรรมน้ำมิตรชวยเหลือสตรีงามที่ไม่เคยรู้จักอย่างเต็มที่ สร้างบุญคุณไปทั่ว เมื่อมีคุณสมบัติเพียบพร้อมขนาดนี้ ก็ไม่น่าแปลกที่จะมีสาวงามมาหลงรักอยู่มากมาย ไม่ว่าไปที่ไหนก็จะฝากความคะนึงหาไปทั่ว
ความเจ้าชู้ของเอี้ยก้วยนี้ เผยให้เห็นตั้งแต่เริ่มเข้าวัยหนุ่ม เมื่อวัยเยาว์เอี้ยก้วยเติบโตมาในสุสานโบราณ หญิงเดียวที่ได้พอเจอคือเซียวเล่งนึ่ง จวบจนอายุสิบแปดมีโอกาสได้ออกมาข้างนอก พานพบสาวคนแรกก็ออกลายเจ้าชู้เลยทีเดียว คนแรกนั้นคืออั่งเลงป้อ ศิษของลี้มกโช้ว
เมื่อครานั้นอั้งเล่งปอจะลอบเข้าสุสานโบราณ บังเอิญเจอเอี้ยก้วยที่แกล้งทำเป็นคนซื่อบื้อโง่งมไม่รู้ภาษา จึงหลงกลถูกเอี้ยก้วยแอบล่วงเกินโดยไม่รู้ตัว ตามความตอนนี้
และยังมีหลอกจับมืออีกด้วย
และยิ่งกว่านั้น ตอนที่จะช่วยเล็กบ่อซักจากลี้มกโช้วยังได้แอบห้อมแก้มอั่งเลงปออีก โดยความตอนนี้
ดีที่นางขณะนางหลับยังรู้สึกเจ็บแผลจากกระดูกหัก จึงขมวดคิดขึ้นเล็กน้อย เอี้ยก้วยจึงชะงัก และได้นึงถึงคำสัตย์สาบานที่ให้ไว้กับเล่งนึ่ง จึกหักห้ามใจเอาไว้ได้
มาถึงสาวสวยอีกคนอ้วงง้วนเพี้ย เอี้ยก้วยได้ช่วยเธอไว้ให้สามารถแก้แค้นได้สำเร็จ แต่พอถึงเวลาจริงนางไม่อาจหักใจลงมือได้
อ้วงง้วนเพี้ยได้รับการช่วยเหลืออย่างจริงใจจากชายที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จึงรู้สึกปลาบปลื้มสำนึกในบุญคุณ ตอนแรกเห็นเอี้ยก้วยมีหน้าตาหล่อเหลา พลังฝีมือสูงเยี่ยมก็มีความนิยมชมชอบอยู่แล้ว หลังจากได้ยินเอี้ยก้วยถ่ายทอดบอกชาติกำเนิดยิ่งเพิ่มความเวทนาอีกหลายส่วน เอี้ยก้วยเห็นดวงตานางแล้วนึกถึงเซียวเล่งนึ่งจึงกล่าวว่า "ขาพเจ้าวิงวอนท่านเรื่องหนึ่ง ขาพเจ้าคิดจูบดวงตาท่าน ท่านวางใจ ข้าพเจ้าเพียงจูบดวงตาของท่านไม่ล่วงเกินส่วนอื่นอันใดของท่าน"
แหม..ช่างกล้า ขอกันตรงๆเลย หนุ่มๆอย่าเผลอเอาวิธีนี้ไปขอจูบสาวสุ่มสี่สุ่มห้านะ อาจเจ็บตัวกลับมาก็ได้ จะทำแบบเอี้ยก้วยได้นั้นนอกจากต้องหล่อแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือคารมอันคมคาย หวานเพราะ กล่อมเกลาจิตใจหญิงสาว ให้เคลิบเคล้มหลงใหล ว่าแล้วก็มาดูลีลาการเกี้ยวสาวของเอี้ยก้วยกัน ฉากนี้เป็นตอนที่ไปหุบเขาสิ้นไมตรี และได้คุยกับ กงซุนเล็กงัก
ปากหวานซะขนาดนี้ เพียงพูดคุยกันครั้งแรก ก็เล่นเอาสาวเจ้าอ่อนระทวย หนุ่มๆ จะจำวิธีไปหลอกถามเบอร์สาวก็ได้นะ เอี้ยก้วยอยู่ในหุบเขาสินไมตรีเพียงสามวัน แต่เพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะสร้างความรักในใจของกงซุนเล็กงักจนถึงขนาดยอมตายแทนได้
เอี้ยก้วยมีนิสัยชมชอบที่จะสัพยอกหยอกล้อ ทำปากหวานใส่หญิงสาว ความจริงไม่มีอคติคิดบัดสีอันใด ดังนั้นถึงแม้กับสาวที่ไม่ได้คิดอะไรก็จะกล่าววาจาหวานหูออกมาด้วยความเคยชิน กับก๊วยพู้เองก็ยังมีที่ทำให้นางหน้าแดงได้ ดังตอนหนึ่งที่ก๊วยพู้กลัดกลุ้มใจเกี่ยวกับเรื่องของพี่น้องตระกูลบู๊ นางไม่รู้จะเลือกใครดี เอี้ยก้วยเฉลียวฉลาดแถมยังรู้ใจสาวๆ เห็นหน้านางก็เดาความคิดได้ จึงกล่าว
เอี้ยก้วยกล่าวไปเช่นนั้นความจริงในใจไม่ได้มีจิตคิดแย่งชิงตัวก๊วยพู้กับสองพี่น้องตระกูลบู้เลย แต่กล่าวไปเพราะติดนิสัยชอบสัพยอกกับหญิงสาวตามภาษาหนุ่มเจ้าเสนห์
นิสัยเจ้าชูนี้ ตัวเอี้ยก้วยเองก็รู้ตัวดีและอดทอดถอนใจกับนิสัยของตัวเองไม่ได้ มีหลายครั้งที่สำนึกเสียใจกับถ้อยคำหรือสิ่งที่ทำไป กับก๊วยพู้ที่ฟันแขนเอี้ยก้วยขาด ความแคนนี้ใหญ่หลวงตั้งใจจะชำระให้ได้ แต่พอถึงเวลาก็ใจอ่อนไม่สามารถหักใจลงมือได้ ต้องครุ่นคิดในใจ
ตามความข้างบนก็คิดว่าน่าเป็นจริงตามนั้น หากผู้ที่ฟันแขนเป็นชาย เอี้ยก้วยไม่มีทางละเว้นแน่ๆ แต่อย่างไรเสียตรงนี้ต้องขอแก้ตัวให้เอี้ยก้วยซักหน่อย ในกรณีนี้อย่าว่าแต่เอี้ยก้วยเลย บุรุษใดในโลกหล้า เมื่ออยู่ต่อหน้าสาวงาม จิตใจที่จะลงมือด้วยอำมหิตนั้น ย่อมต้องถูกบั่นทอนลงไปบ้างไม่มากก็น้อย ถือเป็นนิสัยธรรมดาทั่วไปของมนุษย์ จะหาว่าเป็นความเจ้าชู้ของเอี้ยก้วยก็คงไม่ถูกทั้งหมด
หลังจากเวลาผ่านพ้นไป เอี้ยก้วยสำนึกถึงเมื่อวัยหนุ่ม เจรจาพาทีและประพฤติปฏิบัติโดยปราศจากข้อห้ามอันใด เพาะสร้างบาปรักมากเกินไป เป็นเหตุให้กงซุนเล็กงักเสียชีวิต เทียเอ็งกับเล็กบ่อซังต้องตรอมใจ จึงสวมใส่หน้ากากอัปลักษณ์ปิดปังโฉมหน้าที่แท้จริง สำรวมตัวเองเคร่งขรึมยิ่งกว่าบัญฑิตคร่ำครึอีก เมื่อเห็นก๊วยเซียงให้ความสนิดสนมก็ระวังตัว มิอาจให้นางพลัดตกไปในบ่วงรักอีกเด็ดขาด หาทางแยกกับนางแต่เนิ่นๆ
แต่กระนั้น ด้วยเสนห์ที่มีอยู่เปี่ยมล้น แม้อยู่ภายใต้หน้ากากอัปลักษณ์ แววตายังคงเจิดจ้าคุกคามหัวใจสตรี ก๊วยเซียงเพิ่งเริ่มเป็นสาว พอได้ออกจากอ้อมอกพ่อแม่สู่โลกกว้างครั้งแรก ก็พานพบชายซึ่งเพียบพร้อม เป็นวีรบุรุษ มีวีรกรรมที่กล้าหาญ ภายหลังได้เห็นโฉมหน้าอันหล่อเหลา และได้รู้เรื่องราวความรักแท้ยิ่งนิยมเลื่อมใส ถึงกับหลงใหล กลายเป็นอีกสาวที่ต้องตรอมใจกับความรักที่ไม่มีวันเป็นจริง
ทั้งหมดนี่คือเสนห์ของตัวละครที่กิมย้งสรรสร้างขึ้น ตัวละครแต่ละตัวมีความซับซ้อนในนิสัยและความคิด มีการพัฒนา มีหลายแง่มุมทั้นด้านดีและไม่ดี แม้แต่สิ่งที่ดูจะเหมือนตรงกันข้ามแต่ก็สามารถนำมาอยู่ในตัวละครเดียวกันได้อย่างกลมกลืน
ว่าด้วยเรื่อง ความเจ้าชู้ กับ การยึดมั่นในรักเดียว เป็นบุคลิกของคนที่ตรงข้ามกัน แต่ความตรงข้ามนี้ กิมย้งกลับสามารถนำมาอยู่ในตัวละครตัวเดียวกันได้ ซึ่งนั่นก็คือเอี้ยก้วยนั่นเอง

นอกจากนั้นยังมีโอกาสได้เชื่อมต่อกระดูซี่โครง ซึ่งจำเป็นต้องถอดเสื้อนางออก แม้จะด้วยจิตคิดช่วยชีวิตคน แต่ก็อดวาบหวามใจมิได้ เมื่อถึงคราวที่หนีการตามล่าของลี้มกโช้ว เอี้ยก้วยกับเล็กบ่อซังต้องนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน ขอตัดช่วงบางส่วนนั้นมาให้ได้อ่านกัน

สตรีชุดเขียวนั้นได้ยินเอี้ยก้วยหยอกเอินก็อดหัวเราะคิกคักออกมาไม่ได้
เอี้ยก้วยจึงกล่าวต่ออีกว่า "ผู้คนล้วนทราบว่ายิ้มเดียวของหญิงงามนั้นยากแสวงหา บอกว่ายิ้มเดียวล่มเมือง ยิ้งสองล่มประเทศ ซึ่งความจริงมีอีกสิ่งที่ยากแสวงหาจากหญิงงาม"
สตรีชุดเขียวถามว่า "นั่นเป็นอะไร"
เอี้ยก้วยตอบว่า "นั่นคือนามอันไพเราะของนาง ได้เห็นหน้าหญิงงามเป็นบุญวาสนา หวังทราบนามของนางนั้นต้องสะสมกุศลมาแต่บรรพบุรุษถึงสามชาติ"
สตรีชุดเขียว กล่าวว่า "ข้าพเจ้ามิใช่หญิงงามอันใด หุบเขานี้ไม่เคยมีใครชมเชยว่าข้าพเจ้างดงาม"
เอี้ยก้วยทอดถอนใจยาว กล่าวว่า "มิน่าเล่าถึงเรียกว่าหุบเขาสิ้นไมตรี แต่ข้าพเจ้าว่าน่าจะเรียกว่าหุบเขาตาบอดมากกว่า ท่างดงามถึงเพียงนี้แต่คนที่นี่ไม่ชมเชยท่านไม่เรียกว่าตาบอดได้อย่างไร"


