เว็บมังกรหยก



ตัวละคร



บทความ



วรยุทธ์



ฉากน่าสนใจ



สัตว์แปลกๆในเรื่อง



เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย



คลิปและเพลงประกอบ





เซียวเหล่งนึ่งเป็นคนสังหาร อี่จี้เพ้ง จริงหรือ ?
ในกระทู้ต่างๆมีหลายท่านบอกว่า อี่จี้เพ้งเสียชีวิตเนื่องจากถูกเซียวเหล่งนึ่งสังหาร แต่ความจริงแล้ว อี่จี้เพ้งไม่ได้เสียชีวิตเพราะกระบี่ของเซียวเหล่งนึ่ง เหตุการในตอนนั้น เริ่มจาก เซียวเหล่งนึ่งต่อสู้ โดยถูกรุมจากจอมยุทธ์สี่คน คือกิมลุ้น อี่เคอะซี นี่มอชิง และ เซียวเซียงจื่อ กระบี่นางถูกจักรของกิมลุ้กระแทกหักไปเล่มหนึ่ง ในเวลานั้นในใจนางมิได้คิดถึงการต่อสู้อีกแล้วกลับคิดถึงเพียงเอี้ยก้วย
อี่จี้เพ้งเห็นอย่างนั้นจึงพุ่งตัวเข้าไปช่วย และยื่นด้ามกระบี่ให้เซียวเหล่งนึ่งรับไว้ ทางราชครูกิมลุ่นได้ขว้างจักรตรงมาที่เซียวเหล่งนึ่ง อี้จี้เพ้งเอาตัวเข้าขวาง แรงกระแทกจากจักรทำให้ตัวเขาโถมมายังปลายกระบี่ที่เซียวเหล่งนึ่งถืออยู่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อจากนั้นกระบี่ที่เซียวเหล่งนึ่งตั้งใจจะแทงก็ไม่ได้แทงเพราะนางไม่เคยสังหารคนมาก่อน จึงหักใจลงมือไม่ได้
หลังจากเหตุการผ่านไปจนเอี้ยก้วยเข้ามช่วยขับไล่เหล่ามองโกลออกไปแล้ว เซียวเหล่งนึ่งได้กล่าวถึงถึงอี่จี้เพ้งอีกครั้ง อี่จี้เพ้งหลังจากได้ยินประโยคที่เซียวเหล่งนึ่งบอกกับเอี้ยก้วยว่า "แต่เขาสละชีวิตช่วยเหือข้าพเจ้า ท่านก็อย่าได้สร้างความลำบากแก่เขา สรุปเป็นข้าพเจ้าชะตาอาภัพ" ถึงกับเจ็บปวดใจราวถูกมีดกรีด เขาสำนึกว่าตัวเองได้ทำผิดร้ายแรงเกินจะใหอภัย จึงโถมตัวเข้าใส่กระบี่ของเหล่านักพรต เสียชีวิตในบัดดล
จึงสรุปได้ว่า อี่จี้เพ้งฆ่าตัวตายเอง มิใช่เพราะกระบี่ของเซียวเหล่งนึ่ง

เซียวเหล่งนึ่งเคยฆ่าคนหรือไม่
เซียวเหล่งนึ่งแม้จะมีใบหน้าเรียบเฉยดูเย็นชา แต่จิตใจของนางนั้นอ่อนโยน เมื่ออ่านมาตั้งแต่ต้นเรื่องมาโดยตลอด จะเห็นว่านางไม่เคยสังหารใครเลยแม้แต่อี่จี้เพ้งที่ทำกับนางไว้อย่างเจ็บปวด เมื่อถึงเวลาจริงๆนางกลับมิอาจลงมือได้
แต่ทว่าพออ่านไปถึงส่วนท้ายเรื่อง ในช่วงตอนที่เอี้ยก้วยไปสู้กับกิมลุ้นบนหอคอย ส่วนเหล่งนึ่งกับพี่อินทรีสู้อยู่กับทหารมองโกลทางด้านล่าง มีประโยคหนึ่ง ในเล่ม 4 หน้า 541 ได้กล่าวไว้ว่า "แต่จิตใจของนางล้วนจดจ่ออยู่ที่เอี้ยก้วย ขณะที่สะบัดกระบี่สังหารศัตรู มักช้อนตามองหอสูง" จากประโยคนี้ก็สรุปได้ว่า ที่สุดแล้วเซียวเหล่งนึ่งได้มาสังหารคนในตอนท้ายเรื่องนี่เอง
ข้าน้อยอ่านถึงตรงนี้แล้วประหลาดใจนัก กิมย้งอุตส่าแต่งมาให้ตลอดทั้งเรื่องนางไม่เคยสังหารใคร แม้แต่ อี่จี้เพ้ง, กงซุนจี้ หรือ ลี้มกโช้ว ที่มีความแค้นต่อกัน นางยังมิอาจหักใจลงมือสังหารได้ แต่เหตุใดกิมย้งจึงแต่งให้นางสังหารคนที่ไม่รู้จักทีเดียวมากมายแบบนี้ได้
ข้าน้อยคิดว่า อาจเป็นเพราะ ตลอดทั้งเรื่องกิมยงได้แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของทหารมองโกล และในนิยายหลายเรื่องของกิมย้งจะกล่าวถึงการทำสงคราม การปกป้องบ้านเมือง ความรักชาติ ดังนั้น ในความรู้สึกของกิมย้ง การสังหารข้าศึกในสนามรบ อาจไม่ได้ถือเป็นความโหดร้าย แต่ถือเป็นหน้าที่ของแต่ละฝ่ายที่จะต้องทำเพื่อประเทศชาติของตน หรึออาจเป็นเพราะท่านกิมย้งลืมประเด็นนี้ไป เพราะท่านไม่ได้มีบรรยายถึงความรู้สึกของเซียวเหล่งนึ่งในการสังหารคนครั้งแรกเลย

กระบี่อะไรที่ใช้ตัดแขนเอี้ยก้วย
ในเล่ม 3 หน้า 323 ไดบรรยายไว้อย่างชัดเจนว่า "ก๊วยพู่ยามโกรธแค้น ใช้กำลังอย่างรุนแรง กระบี่กุลสตรีก็คมกล้าสุดเปรียบปาน คมกระบี่พอตัดผ่าน แขนขวาของเอี้ยก้วยก็ถูกฟันขาดลงมาโดยไร้เสียง" จากประโยคนี้ อ่านดูแล้วก็ชัดเจนว่า กระบี่ที่ใช้ฟันคือ กระบี่กุลสตรี ไม่น่ามีข้อเคลือบแครงสงสัยอันใด แต่หากย้อนกลับไปอ่านในหน้า 194 จะพบบางอย่างที่ขัดกัน
ในหน้า 194 เล่ม 3 ได้บรรยายเหตุการครั้งนั้นไว้ว่า ก๊วยพู่ชักกระบี่กุลสตรีจากหว่างเอวแทงใส่ลำคอเอี้ยก้วย เอี้ยก้วยลงจากเตียงใช้มือขวาแย่งชิงกระบี่กุลสตรีจากมือนาง นางพายแพ้จึงยิ่งมีโทษะ ที่หัวเตียงมีกระบี่อีกเล่มนางจึงไปหยิบฉวยมาแล้วฟันลง เอี้ยก้วยใช้กระบี่กุลสตรีรับ แต่ทว่า หลังจากสลบมาเป็นเวลานาน เรียวแรงกลับไม่มี กระบี่พอกระทบกัน กระบี่กุลสตรีร่วงลงสู่พื้น เอี้ยก้วยก็ทรุดนั่งลงกับพื้นหมดเรียวแรงขัดขึ้น นางเห็นเอี้ยก้วยเสียท่าแต่ในเววตากลับไม่มีวิแวววิงวอนขอความเวทนาแม้แต่น้อย ก๊วยพู้กัดฟันกรอด เพิ่มกำลังข้อมือ สบัดกระบี่ฟันลง และเนื้อเรื่องก็ตัดไปที่เซียวเหล่งนึ่ง
เมื่ออ่านจากเหตุการนี้ จะเห็นได้ว่า กระบี่กุลสตรีได้ตกพื้นไปแล้ว กระบี้ที่อยู่ในมือก้วยพู่เป็นกระบี่อีกเล่ม แต่ไฉนกิมย้งได้บอกว่า กระบี้ที่ใช้ฟันคือกระบี่กุลสตรี ตรงนี้ข้าน้อยไม่แน่ใจว่าเป็นความผิดพลาดของกิมย้ง หรือของผู้แปล

เอี้ยก้วยแขนขาดข้างไหน
เวลาดูจากภาพยนต์ชุด จะเห็นว่าเอี้ยก้วยแขนขาดข้างซ้าย แต่ความจริงแล้วในนิยาย แขนที่ขาดเป็นแขนข้างขวา แต่ที่เวลาทำออกมาเป็นหนังชุดมักเปลี่ยนเป็นแขนซ้าย เพราะหากใช้นักแสดงถือกระบี่หนักมือซ้าย จะแสดงได้ไม่ถนัด จึงเปลี่ยนเป็นแขนซ้านขาดแล้วให้ถือกระบี่ด้วยมือขวา

ดีงูวิเศษ
ในช่วงที่เอี้ยก้วยแขนขาดและได้ไปฝึกวิชาอยู่กับพี่อินทรี เอี้ยก้วยใช้เวลาเพียงเดือนเศษ กลับมีกำลังภายในรุดหน้าอย่างมาก ที่เป็นแบบนั้นได้เพราะเอี้ยก้วยได้รับประทานดีงูที่พี่อินทรีหามาให้เป็นประจำ
ปกติดีงูเพียงสามารถรักษาโรคไขข้อ ไม่มีประสิทธิภาพเพิ่มพูนกำลังภายใน แต่ดีงูนี้เป็นดีงูของงูผอซือชวิ ลักษณะของงูประหลาดนี้ ลำตัวมีเกล็ดสะท้อนแสงสีทองแวววาว ส่วนหัวมีเนื้องอกเงย ลักษณะประหลาดพิกลยิ่ง ในพระคัมภีร์มีบันทึกถึงงูชนิดนี้ไว้ ว่าเป็นงูที่เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจสายลม ยากที่จะจับมาได้ ดีที่เอี้ยก้วยได้พี่อินทรีจับมาให้ นับเป็นวาสนาที่ยากจะพานพบ
ลักษณะของดีงูนั้น เป็นลูกกลมเหม็นคาว สีม่วงเข้ม เดิมที่เอี้ยก้วยไม่ทราบว่าเป็นดีงู ของงูชนิดไหน ไม่ทราบว่าจะมีพิษหรือไม่ แต่เห็นว่าจะอย่างไรในตัวเขาก็มีพิษอยู่แล้ว จึงไม่คิดมากความ รับประทานเข้าไป และนั่งโคจรพลังอย่างสงบ พริบตานั้นจุดชัพจรที่ยามปกติพลังลมปราณยากบรรลุ ถึงกับปลอดโปร่งไม่ติดขัด
ดีงูนี้มีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างเอ็นกระดูก ทำใหกำลังภายในเพิ่มพูน เอี้ยก้วยจึงสำเร็จวิชาได้อย่างรวดเร็ว

อาวุธลับของสำนักสุสานโบราณ
ครั้งกระโน้น ลิ้มเฉียวเอ็งมีอาวุธอันร้ายกาจสองชนิด หนึ่งคือเข็มเงินน้ำแข็งเย็น อีกชนิดคือเข็มผึ้งหยก เข็มผึ้งหยกนั้นมีพิษร้ายแรง แม้มีขนาดเล็กแต่มีน้ำหนัก เวลาซัดออกสามารถพุ่งไปได้ไกล เพียงแต่อาวุธลับชนิดนี้ชั่วรายเกินไป ที่แล้วมาลิ้มเฉียวเอ็งน้อยครั้งจะใช้ออก หลังจากย่างก้าวเข้าวัยกลางคนยิ่งไม่จำเป็นต้องใช้ ส่วนลี้มกโชวไม่ยอมสาบานว่าจะอยู่ในสุสานโบราณตลอดไป หลังจากลิ้มเฉียวเอ็วถ่ายทอดเข็มเงินน้ำแข็งเย็นให้ ก็ไม่ได้ถ่ายทอดวิชาซัดเข็มผึ้งหยกแก่นาง

เหตุใด เซียวเหล่งนึ่งจึงวนอนบนเชือก
เรามักจะติดภาพเซียวเหล่งนึ่งนอนบนเชื่องมาตลอด แต่เดิมทีแล้ว นางไม่ได้นอนบนเชือกมาแต่แรก ปกติแล้วนางนอนบนเตียงหยกเย็น แต่เมื่อรับเอี้ยก้วยเข้ามา ตอนนั้นเอี้ยก้วยยังเยาว์วัย เมื่อต้องมาอยู่ในสุสานที่มืดมิด ย่อมเกิดความรู้สึกกลัว ไม่กล้านอนคนเดียว เซียวเหล่งนึ่งจึงให้มานอนด้วยที่ห้องของนาง โดยนางยกเตียงหยกเย็นให้เอี้ยก้วย ส่วนตัวนางนั้นก็ขึงเชืองอยู่สูงจากระดับพื้นเกินช่วงศีรษะคน และพริ้วตัวขึ้นไปนอนบนเชือก นางสามารถนอนบนเส้นเชือก ทั้งยังสามารถพลิกตัวได้เฉกเช่นนอนบนเตียง ภายหลัง ช่วงนี้ตัวเอี้ยก้วยออกท่อยยุทธภพ ตัวเขาก็อาศัยเส้นเชือกแทนเตียงไว้นอนหลับเช่นกัน

บันทึกลับเบ็ญจพิษ
บันทึกลับเบ็ญจพิษ (โหงวตั๊กปี่ตึ่ง) เป็นสมบัติของลี้มกโช้ว แต่ถูกขโมยมาโดย เล็กบ่อซัง บันทึกนี้มีหน้าปกสีแดงฉานปานฉโลมด้วยโลหิต ภายในเขียนถึงยาพิษและยาขจัดพิษนานาชนิด
ความสำคัญของบันทึกนี้อยู่ที่ ชาวบู้ลิ้มทั่วยุทจัรกล้วนครั่นคร้ามลี้มกโช้ว มิใช่เพียงเพียงสืบเนื่องมาจากฝีมือของนาง แต่หากอยู่ที่พิษร้ายของฝ่ามือเบ็ญจพิษ กับเข็มเงินน้ำแข็งเย็นของนาง ในบันทึกนี้เขียนถึงฤทธิ์ยา ตลอดจนวิธีการจัดสร้างพิษของฝ่ามือและเข็มเงิน รวมทั้งยาขจัดรักษา หามแม้นเผยแพร่ออกไป เทพธิดาไหมแดงก็จะเฉกเช่นอสรพิษถูกถอนเขี้ยวเล็บออก นางท่องจำข้อความในบันทึกได้ขึ้นใจแต่แรกจึงไม่นำติดตัว จัดเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดที่หมู่ตึกไหมแดง มิคาดเล็กบ่อซักล่วงรู้ที่จัดเก็บและขโมยออกมา (1-455) ภายหลังเล็กบ่อซัดได้ให้เอี้ยก้วยท่องจำข้อความในบันทึก เอี้ยก้วยก็ท่องจำได้หมดสิ้น

อารมณ์ทั้ง7 กามคุณทั้ง 6
สิ่งที่ทำให้เซียวเหล่งนึ่งมีบุคลิคที่ เรียบเฉยดูไร้อารมณ์ สืบเนื่องมาจาก อาจารย์ของนางให้นางได้ฝึกฝนวิชา เน้นหักห้ามอารมณ์ทั้งเจ็ดและกามคุณทั้งหก การฝึกฝนแบบนี้ตั้งแต่เล็ก นอกจากจะส่งผลให้นางเป็นคนมีสมาธิ มีจิตใจที่สงบ ยังทำให้มีใบหน้าที่เยาว์วัยกว่าคนทั่วไป ความสำเร็จในการสงบใจแบบนี้ แม้แต่ลิ้มเฉียวเอ็งผู้เป็นอาจารย์ยังมิอาจเทียบเปรียบติด ซึ่งอารมณ์ทั้งเจ็ด ประกอบไปด้วย ยินดี เดือดดาร โศกเศร้า สุกสันต์ ความรัก ความชัง และความปรารถนา ส่วนกามคุณทั้งหกคือการรับรู้ทาง จักษุ โสต ฆาน ชิวหา กายา และใจ ก่อเกิดเป็นความต้องการต่อ รูป รส กลิน เสียง สัมผัส และทางมโนสำนึกขึ้น

ในตอนท้ายเรื่อง เซียวเหล่งนึ่งเก่งกว่าเดิมแค่ไหน
ในตอนที่บุกขึนสำนักชวนจินก่านั้น เซียวเหล่งนึ่งได้แสดงถึงฝีมือกระบี่อันน่าตระหนก หลังจากผ่านเหตุการคราวนั้น ตัวเซียวเหล่งนึ่งต้องตกไปอยู่ใต้ผ่าลำใส้ขาด เป็นเวลาถึงสิบหกปี ในช่วงเวลานั้นเอี้ยก้วยได้ฝึกฝนฝีมือจนก้าวมาเทียบเท่าระดับเดียวกับ พวกก๊วยเจ๋ง อึ้งเอี๊ยซือ แล้วท่างเซียวเหล่งนึ่ง ในช่วงสิบหกปีจะมีพลังฝีมือก้าวหน้าถึงเพียงไร
คำตอบเฉลยออกมาที่เล่ม 4 หน้า 525 เมื่อเอี้ยก้วยกำลังจะปีนขึ้นจากผาลำใส้ขาดโดยใช้เชือกที่พวกอึ้งย้งทิ้งไว้ เอี้ยก้วยหันมาถามว่า "ท่านทอดทิ้งพลังฝีมือไปหรือไม่ หากปีนขึ้นไม่ได้ ข้าพเจ้าจะแบกท่านขึ้นไป" เซียวเหล่งนึ่งตอบกลับว่า "สิบหกปีแม้ไม่มีความรุดหน้า แต่คาดว่าวิชาฝีมือที่เรียนรู้ยังคงอยู่"
จากข้อความดังกล่าวก็สรุปได้ว่า วรยุทธของเซียวเหล่งนึ่ไม่ได้เพิ่มพูดจากตอนบุกชวนจินก่าเลย ว่าไปตามจริงแล้วมันก็ขัดต่อหลังเหตุผลอยู่บ้าง เซียวเหล่งนึ่งเมื่อตอนอยู่สุสานโบราณนางใช้เวลาว่างในการฝึกวิชา ผู้คนที่เคยชินกับการฝึกฝนวิชามาทั้งชีวิต มันน่าแปลกที่เมื่อต้องมาอยู่คนเดียว ไม่มีเรื่องราวใดให้ทำ กลับปล่อยเวลาผ่านเลยโดยไม่ทำอะไรเลย ทั้งนี้อาจมองได้ว่าเป็นเพราะใต้ผานี้ไม่มีคัมภีร์อะไรให้ฝึกปรือ
แต่บางกระแสก็ให้ความเห็นว่า กิมย้งจงใจเขียนเนื้อความช่วงตอนนี้มาเพื่อเป็นการหยุดความเก่งกาจของเซียวเหล่งนึ่งไว้ เพราะในช่วงที่เขียนถึงตอนเซียวเหล่งนึ่งบุกชวนจินก่า กิมย้งได้บรรยายถึงความเก่งกาจของเซียวเหล่งนึ่งไว้อย่างเลิศลอย หากยังปล่อยให้เซียวเหล่งนึ่งพัฒนาฝีมือขึ้นไปอีก เกรงจะไม่เหมาะสม จึงจงใจเขียนช่วงตอนนี้มา ซึ่งดูออกจะไรรสชาติต่างไปจากที่เหล่าผู้อ่านคาดหวังไปบ้าง ดังนันการ์ตูนบางฉบับจึงเปลี่ยนตรงนี้ใหม่ให้นางมีวรยุทธก้าวหน้าขึ้น

กิมลุ้นโดนเข็มเงินน้ำแข็งเย็น ทำไมถึงยังรอดชีวิตมาได้
ในตอนที่ไล่ต้อนเอี้ยก้วย ลี้มกโช้ว และทารกน้อยก๊วยเซียงเข้าไปในถ้ำ เอี้ยก้วยใช้กลอุบายหลอกล่อจนกิมลุ่นเดินเข้าไปในถ้ำที่ปักเข็มพิษไว้ กิมย้งบรรยายเหตุการณ์ในหน้า 124 เล่ม 3 ไว้ดังนี้
กิมลุ้นบุกเข้าไปในถ้ำ เพิ่งก้าวเท้าสองก้าว พลันรู้สึกปวดแปลบที่ส้นเท้าซ้ายคราหนึ่ง กิมลุ้นก๊กซือมีปฏิกิริยาว่องไว ไม่รอจนเหยียบย่ำลง ก็ใช้พลังที่เท้าขวาพุ่งออกจากถ้ำ เท้าซ้ายตกถึงพื้น ข้อเท้าชาเล็กน้อยแทบสะดุดล้มลง ด้วยพลังการฝึกปรือของท่าน ต่อให้ถูกผู้คนฟันใส่หลายดาบ ตอนโลดแล่นไม่ถึงกับยืนไม่มั่น พอขบคิดก็เข้าใจว่า ส้นเท้าถูกวัตถุมีพิษร้ายแรงแทงใส่
ส่วนทางนี่ม่อชิงนั้นแตกต่าง ชาวชมพูทวีปอากาศร้อนอบอ้าว ผู้คนทั่วไปเปลือยเท้าเปล่าตลอดมา นี่ม่อชิงรูปร่างต่ำเตี้ย แต่ละเก้าเท้าสั้น ทั้งเดินเร็วยิ่ง เท้าขวาพอเหยียบถูกเข็มเงิน ยามเจ็บปวดไม่ทันหดเท้ากลับ เท้าซ้ายก็เหยียบถูกปลายเข็มอีกเล่มหนึ่ง
กิมลุ้นเมื่อทราบว่าพิษที่ส้นเท้ามีความร้ายแรงยิ่ง ดังนั้นโคจรพลังลมปราณทั่วร่างต่อต้านกับพิษร้าย สะกดมิให้พิษรามขึ้นถึงจุดเค็กจั้ว ซึ่งอยู่ระหว่างน่องกับต้นขา ขอเพียงเฝ้ารักษาด่นนี้ไว้ อย่างมากสูญเสียข้อเท้าข้างหนึ่งไม่ถึงกับเสียชีวิต
ต่างจากทาง นี่ม่อชิงที่เดือดดานอย่างหนักเมื่อทราบว่ากิมลุ่นโดษพิษแล้วไม่เตือนยังหลอกล่อให้เขาเข้าไปโดนพิษด้วย ยามนั้นไม่สนใจพิษที่โดนได้แต่โถมตัวเข้าต่อสู่กับกิมลุ้น จนทั้งคู่ร่วงลงสู่หุบเหว โชคดีที่มีต้นไม้อยู่กิมลุ้นคว้าไว้ถึงลงมากระแทกไม่แรงนัก
ในหน้า 212 บรรยายไว้ถึงการขับพิษว่า กิมลุ่นทรุดนั่งขัดสมาธิโคจรพลัง รีดเร้นพิษที่ส้นเท้าออกมาทีละน้อย ในหนึ่งชั่วยาม เพียงรีดน้ำสีดำออกมาเพียงกองเล็กๆ กองหนึ่ง แต่ก็เหน็เหนื่อย จนใจเต้นแรงหายใจหอบถี่ ด้วยพลังการฝึกปรืออันล้ำลึกใชเวลาหลายวันจึงขับพิษออก ส่วนทางนี่ม่อชิง ได้ตัดเท้าของตัวเองทั้ง 2 ข้างเพื่อรักษาชีวิตไว้แต่แรก
สรุปคือ เนื่องจากกิมลุ้นโดนเข็มเพียงผิวเผิน และเดินลมปราณรักษาอย่างทันท่วงที ประกอบกับมีพลังการฝึกปรืออันล้ำลึก จึงสามารถรักษาตัวรอดมาได้